เจาะลึก Google I/O 2026: การเปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก AI Assistants สู่ AI Agents
ภาพรวม: การเปลี่ยนกลยุทธ์ที่ชัดเจน
Google I/O 2026 เป็นงานที่มีความชัดเจนเชิงกลยุทธ์มากที่สุดในรอบไม่กี่ปี CEO Sundar Pichai กำหนดโทนภายในไม่กี่นาทีแรก: ปีนี้เป็นปีของ Agents
Pichai เปิดเผยตัวเลขที่น่าทึ่ง: Google ตอนนี้ประมวลผล 32 quadrillion tokens ต่อเดือน เพิ่มขึ้น 7 เท่า เมื่อเทียบปีต่อปี; ผู้ใช้รายเดือนของ Gemini ทะลุ 900 ล้านคน
ตระกูลโมเดล Gemini 3.5
Gemini 3.5 Flash: “Default Model” พร้อมใช้งาน
| มิติ | ประสิทธิภาพ Gemini 3.5 Flash | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|
| ความเร็ว Output | 289 tokens/sec | 4x เร็วกว่า Claude Opus 4.7 และ GPT-5.5 |
| ต้นทุน API | 9.00 | 3x ถูกกว่า Pro-tier |
| Agent Performance | MCP Atlas 83.6%, Toolathlon 56.5% | เหนือ GPT-5.5 และ Claude Opus 4.7 |
การสาธิตสุดอัศจรรย์: สร้าง Operating System ใน 12 ชั่วโมง
93 sub-agents ทำงาน parallel สร้าง OS core ที่ใช้งานได้ใน 12 ชั่วโมง ประมวลผลเกือบ 2.6 พันล้าน tokens ที่ต้นทุน API ต่ำกว่า $1,000
Gemini Spark: Personal AI Agent ตลอด 24 ชม.
Spark คือ “personal AI agent” ตัวแรกของ Google ที่แท้จริง — มันรันบน virtual machines ใน Google Cloud โดยไม่ต้องให้โทรศัพท์ปลดล็อกหรือคอมพิวเตอร์เปิด
ความสามารถหลัก:
- วิเคราะห์บิลอัตโนมัติ
- ติดตามและสรุปอีเมล
- ทำงานอัตโนมัติข้ามแอป
- บูรณาการกับ Workspace
Google ขับเคลื่อนด้วย AI เต็มรูปแบบ
Google กำลังปรับโครงสร้าง Search จาก “เครื่องมือค้นหาข้อมูล” เป็น “เครื่องมือดำเนินงาน”
แว่นอัจฉริยะ Android XR
สองสายผลิตภัณฑ์: Audio Glasses (ไม่มีจอ) และ Display Glasses (มี micro-display)
สรุป: Blueprint สำหรับยุค Agent
- โมเดล: Gemini 3.5 Flash เป็น default engine
- แอปพลิเคชัน: Gemini Spark คือ flagship product
- เกตเวย์: Search และ smart glasses
- นักพัฒนา: Antigravity 2.0 และ AI Studio
- โมเดลธุรกิจ: เปลี่ยนจาก “per-prompt” เป็น “compute-based”